การเสี่ยงติดเชื้อ HIV มีโอกาสเสี่ยงดังต่อไปนี้ครับ
1. ถ้ามีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่โดยไม่ป้องกัน มีโอกาสเสี่ยงหรือไม่
มีโอกาสเสี่ยงมากเพราะ
หนึ่ง เชื้อเอชไอวีอยู่ในน้ำอสุจิ และน้ำในช่องคลอด ซึ่งมีปริมาณและคุณภาพดีมาก
สอง การมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่มีการส่งและรับน้ำอสุจิ น้ำในช่องคอลดโดยตรง
ในขณะที่เชื้ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีมาก (ไม่สัมผัสอากาศ หรือไม่ได้ออกมานอกร่างกาย)
สาม มีช่องทางเข้าของเชื้อคือ ผ่านทางเยื่อบุผนังช่องคลอด เยื่อบุช่องทวาร
หรือเยื่อบุอ่อนปลายอวัยวะเพศชาย (หรือปลายท่ออสุจิ)
2 ทำออรัลให้กับอวัยวะเพศชายแล้วมีการหลั่งในปากอย่างเดียว โดยไม่มีการร่วมรักทางอื่น
หากอวัยวะเพศชายนั้นมีเชื้อเอชไอวี คนที่ใช้ปากทำให้จะ มีความเสี่ยงในการรับเชื้อหรือไม่่
ออรัล หมายถึงการใช้ปากกับอวัยวะเพศ การใช้ปากกับอวัยวะเพศชายที่มีเชื้อเอดส์
มีรายงานการแพทย์แล้วว่าติดได้ แต่การใช้ปากกับอวัยวะเพศหญิง ที่มีเชื้อเอดส์ยังไม่มีรายงานว่ามีคนติดเชื้อ
แต่อย่าเพิ่งตกใจเพราะการที่จะติดเชื้อจากการใช้ปากให้อวัยวะเพศชายนั้นต้องมีปัจจัยประกอบดังนี้
สำหรับอวัยวะเพศชาย ฝ่ายใช้ปากมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าฝ่ายถูกอม
ถ้ามีการหลั่งอสุจิและกลืนลงไปในปากร่วมด้วย
ในสหรัฐอเมริกามีงานวิจัยได้รายงานการติดเชื้อ HIV จากการมีเพศสัมพันธ์ทางปากหรือออรัลเซ็กส์ในฝ่ายผู้ที่ ใช้ปากดูดในชายรักร่วมเพศ ที่ติดเชื้อ HIV จำนวน 102 ราย (อายุเฉลี่ย 34 ปี , คนผิวขาว 75 %) พบว่า
19 รายที่ติดเชื้อ HIV จากการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก
3 รายใน 19 รายไม่สามารถจัดแบ่งประเภทได้เนื่องจากมีข้อมูลไม่เพียงพอ
8 รายใน 19 รายจัดแบ่งใหม่เนื่องจากมีโอกาสติดเชื้อ HIV จากความเสี่ยงอื่น นอกจากออรัลเซ็กส์
ที่เหลือ 8 รายคิดเป็น 7.8 % ใน 102 ราย
2 รายใน 8 ราย มีประวัติเพศสัมพันธ์ออรัลเซ็กส์อย่างเดียว
4 รายใน 8 รายมีประวัติมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักร่วมด้วยแต่ใช้ถุงยางอนามัย
2 รายใน 8 รายมีประวัติมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักร่วมด้วยโดยไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัย
แต่มีคู่นอนเพียงคนเดียว และตรวจสอบแล้วผลเลือด HIV เป็นลบ
3 การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัยและหลั่งภายนอก จะมีโอกาสเสี่ยงจากติดเชื้อหรือไม่
โอกาสเสี่ยงต่อการรับเชื้อเอชไอวีไม่ว่ากรณีมีเพศสัมพันธ์ชายกับชายหรือกับหญิงถ้าไม่มีการป้องกันโดย
ไม่ได้ใส่ถุงยางอนามัย ก็จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการรับเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้
แต่ก็อาจจะมีแตกต่างกันไป เช่นถ้ามีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ฝ่ายเจ้าของช่องคลอดมีเชื้อ
เจ้าของอวัยวะเพศชายไม่มีเชื้อ หลั่งข้างในหรือข้างนอกก็เสี่ยงเหมือนกันเพราะได้มีการสัมผัสเชื้อ
จากสารคัดหลั่งในช่องคลอดแล้วแต่ถ้าเจ้าของช่อคลอดไม่มีเชื้อเจ้าของอวัยวะเพศชายมีเชื้อแต่หลั่งข้างนอก
แน่นอนว่าความเสี่ยงก็จะลดลงกว่ามีการหลั่งข้างใน แต่ก็ไม่ได้บอกว่ามีความปลอดภัย
เนื่องจากในระหว่างสอดใส่อาจมีน้ำอสุจิบางส่วนที่ออกมาก่อน เมื่อถึงจุดสุดยอด และที่สำคัญเจ้าของทวาร
หรือช่องคลอดจะไม่มีทางรู้หรือกำหนดได้ว่าคู่นอนของเราจะหลั่งข้างนอกหรือข้างใน
ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงที่คู่นอนเป็นผู้ควบคุมไม่ใช่การร่วมกันควบคุม
อาการหลังจากมีเพศสัมพันธ์ ประมาณ 2 อาทิตย์ ถ้ารู้สึกคันตามแขนและขา หรือมีตุ่มขึ้น หรือมีไข้ ปวดศีรษะอาการอย่างนี้ถือว่าเป็น อาการเริ่มแรกของคนเป็นโรคเอดส์หรือไม่
อาการต่างๆ หลังจากมีเพศสัมพันธ์ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นอาการเบื้องต้นในการติดเชื้อเอชไอวีหรือไม่่
การรับเชื้อเอชไอวีเข้าไปในร่างกาย เชื้อเอชไอวีจะยังไม่สามารถไปทำลายภูมิคุ้มกันของร่างกาย
จนทำให้เราป่วยได้ในทันที โดยทั่วไปคนที่มีเชื้อเอชไอวีจะเริ่มมีอาการเจ็บป่วยเมื่อได้รับเชื้อผ่านไปแล้ว
ประมาณ 6-10 ปี
การที่จะรู้ว่าติดเชื้อหรือไม่นั้น เราไม่สามารถดูได้จากอาการป่วยภายนอก
เนื่องจากอาการที่เกิดกับผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ก็สามารถเกิดกับคนที่ไม่มีเชื้อได้เช่นกัน
เราจะรู้ได้ว่าเราติดเชื้อหรือไม่ ก็โดยการตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวีเท่านั้น
อ้างอิง :
http://www.aidsaccess.com/07/faq.php