U-indy.Com ชุมชนแห่งการช่วยเหลือ คุณไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้
พฤษภาคม 23, 2012, 04:38:30 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ U-indy.Com ชุมชนแห่งการช่วยเหลือ คุณไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มีเรื่องขอคำปรึกษาด่วน  (อ่าน 514 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
jen
เด็กอนุบาล
*

คุณความดี 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« เมื่อ: มิถุนายน 23, 2011, 04:01:26 PM »

คือผมเป็นเกย์รับ ช่วงปีใหม่ผมต้องทำงานหนักมากปรากฏว่าพบตุ่มที่ก้น ไฟหาหมอ หมอบอกว่าเป็นหูดหงอนไก่ที่ก้นครับ
ผมเครียดมากแต่ก็รักษาจนหายนะครับ ประมาณ 3 เดือนโดยการทายาแต่ผมไม่ทราบว่าทำไมถึงติดได้ในเมื่อผมใส่ถุงยางทุกครั้ง
แล้วมีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อ HIV ไหมครับ เพราะ 3 เดือนมา ไม่มีไข้หรือป่วยอื่นๆเลยที่บ่งบอกว่าเป็นน่ะครับ
บันทึกการเข้า
iampick
Administrator
เด็กมหาลัย
*****

คุณความดี 10
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 285


สิ่งต่างๆย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา


« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2011, 10:07:40 PM »

การเสี่ยงติดเชื้อ HIV มีโอกาสเสี่ยงดังต่อไปนี้ครับ


1. ถ้ามีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่โดยไม่ป้องกัน มีโอกาสเสี่ยงหรือไม่
     มีโอกาสเสี่ยงมากเพราะ

     หนึ่ง เชื้อเอชไอวีอยู่ในน้ำอสุจิ และน้ำในช่องคลอด ซึ่งมีปริมาณและคุณภาพดีมาก

     สอง การมีเพศสัมพันธ์แบบสอดใส่มีการส่งและรับน้ำอสุจิ น้ำในช่องคอลดโดยตรง
        ในขณะที่เชื้ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีมาก (ไม่สัมผัสอากาศ หรือไม่ได้ออกมานอกร่างกาย)

     สาม มีช่องทางเข้าของเชื้อคือ ผ่านทางเยื่อบุผนังช่องคลอด เยื่อบุช่องทวาร
         หรือเยื่อบุอ่อนปลายอวัยวะเพศชาย (หรือปลายท่ออสุจิ)


2 ทำออรัลให้กับอวัยวะเพศชายแล้วมีการหลั่งในปากอย่างเดียว โดยไม่มีการร่วมรักทางอื่น
หากอวัยวะเพศชายนั้นมีเชื้อเอชไอวี คนที่ใช้ปากทำให้จะ มีความเสี่ยงในการรับเชื้อหรือไม่่
     ออรัล หมายถึงการใช้ปากกับอวัยวะเพศ การใช้ปากกับอวัยวะเพศชายที่มีเชื้อเอดส์
     มีรายงานการแพทย์แล้วว่าติดได้ แต่การใช้ปากกับอวัยวะเพศหญิง ที่มีเชื้อเอดส์ยังไม่มีรายงานว่ามีคนติดเชื้อ
     แต่อย่าเพิ่งตกใจเพราะการที่จะติดเชื้อจากการใช้ปากให้อวัยวะเพศชายนั้นต้องมีปัจจัยประกอบดังนี้

     สำหรับอวัยวะเพศชาย ฝ่ายใช้ปากมีโอกาสเสี่ยงมากกว่าฝ่ายถูกอม
        ถ้ามีการหลั่งอสุจิและกลืนลงไปในปากร่วมด้วย

     ในสหรัฐอเมริกามีงานวิจัยได้รายงานการติดเชื้อ HIV จากการมีเพศสัมพันธ์ทางปากหรือออรัลเซ็กส์ในฝ่ายผู้ที่      ใช้ปากดูดในชายรักร่วมเพศ ที่ติดเชื้อ HIV จำนวน 102 ราย (อายุเฉลี่ย 34 ปี , คนผิวขาว 75 %) พบว่า

     19 รายที่ติดเชื้อ HIV จากการมีเพศสัมพันธ์ทางปาก
     3 รายใน 19 รายไม่สามารถจัดแบ่งประเภทได้เนื่องจากมีข้อมูลไม่เพียงพอ
     8 รายใน 19 รายจัดแบ่งใหม่เนื่องจากมีโอกาสติดเชื้อ HIV จากความเสี่ยงอื่น นอกจากออรัลเซ็กส์
     ที่เหลือ 8 รายคิดเป็น 7.8 % ใน 102 ราย
     2 รายใน 8 ราย มีประวัติเพศสัมพันธ์ออรัลเซ็กส์อย่างเดียว
     4 รายใน 8 รายมีประวัติมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักร่วมด้วยแต่ใช้ถุงยางอนามัย
     2 รายใน 8 รายมีประวัติมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักร่วมด้วยโดยไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัย
     แต่มีคู่นอนเพียงคนเดียว และตรวจสอบแล้วผลเลือด HIV เป็นลบ

3 การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ใช้ถุงยางอนามัยและหลั่งภายนอก จะมีโอกาสเสี่ยงจากติดเชื้อหรือไม่
     โอกาสเสี่ยงต่อการรับเชื้อเอชไอวีไม่ว่ากรณีมีเพศสัมพันธ์ชายกับชายหรือกับหญิงถ้าไม่มีการป้องกันโดย
     ไม่ได้ใส่ถุงยางอนามัย ก็จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการรับเชื้อเอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้
     แต่ก็อาจจะมีแตกต่างกันไป เช่นถ้ามีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ฝ่ายเจ้าของช่องคลอดมีเชื้อ
     เจ้าของอวัยวะเพศชายไม่มีเชื้อ หลั่งข้างในหรือข้างนอกก็เสี่ยงเหมือนกันเพราะได้มีการสัมผัสเชื้อ
     จากสารคัดหลั่งในช่องคลอดแล้วแต่ถ้าเจ้าของช่อคลอดไม่มีเชื้อเจ้าของอวัยวะเพศชายมีเชื้อแต่หลั่งข้างนอก
     แน่นอนว่าความเสี่ยงก็จะลดลงกว่ามีการหลั่งข้างใน แต่ก็ไม่ได้บอกว่ามีความปลอดภัย
     เนื่องจากในระหว่างสอดใส่อาจมีน้ำอสุจิบางส่วนที่ออกมาก่อน เมื่อถึงจุดสุดยอด และที่สำคัญเจ้าของทวาร
     หรือช่องคลอดจะไม่มีทางรู้หรือกำหนดได้ว่าคู่นอนของเราจะหลั่งข้างนอกหรือข้างใน
     ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงที่คู่นอนเป็นผู้ควบคุมไม่ใช่การร่วมกันควบคุม


อาการหลังจากมีเพศสัมพันธ์ ประมาณ 2 อาทิตย์ ถ้ารู้สึกคันตามแขนและขา หรือมีตุ่มขึ้น หรือมีไข้ ปวดศีรษะอาการอย่างนี้ถือว่าเป็น อาการเริ่มแรกของคนเป็นโรคเอดส์หรือไม่
     อาการต่างๆ หลังจากมีเพศสัมพันธ์ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นอาการเบื้องต้นในการติดเชื้อเอชไอวีหรือไม่่
     การรับเชื้อเอชไอวีเข้าไปในร่างกาย เชื้อเอชไอวีจะยังไม่สามารถไปทำลายภูมิคุ้มกันของร่างกาย
     จนทำให้เราป่วยได้ในทันที โดยทั่วไปคนที่มีเชื้อเอชไอวีจะเริ่มมีอาการเจ็บป่วยเมื่อได้รับเชื้อผ่านไปแล้ว
     ประมาณ 6-10 ปี

     การที่จะรู้ว่าติดเชื้อหรือไม่นั้น เราไม่สามารถดูได้จากอาการป่วยภายนอก
        เนื่องจากอาการที่เกิดกับผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ก็สามารถเกิดกับคนที่ไม่มีเชื้อได้เช่นกัน

     เราจะรู้ได้ว่าเราติดเชื้อหรือไม่ ก็โดยการตรวจเลือดเพื่อหาเชื้อเอชไอวีเท่านั้น


อ้างอิง : http://www.aidsaccess.com/07/faq.php
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.8 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.081 วินาที กับ 19 คำสั่ง